โบอ่อง

เจดีย์พระธาตุโบอ่อง ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เรียกได้ว่าเป็น Unseen อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี เนื่องจากสามารถเดินทางเข้าถึงได้โดยทางเรือเท่านั้นจึงยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากนัก เจดีย์มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงมอญ ความสูง ๖ เมตร ฐานกว้างประมาณ ๓ x ๓ เมตร สร้างอยู่บนยอดเขาหินปูนเล็กๆ ที่มีบึงน้ำใหญ่ล้อมรอบในบึงมีบัวขึ้นอยู่รายล้อม และมีนกน้ำนานาชนิดไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าเจดีย์พระธาตุโบอ่องสร้างมาตั้งแต่สมัยใดข้างองค์พระธาตุ มีหอระฆังขนาดเล็กที่มีระฆังแขวนอยู่ ชาวบ้านเล่าต่อกันมาว่าเป็นระฆังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานไว้ให้แขวนคู่ กับพระธาตุโบอ่องแห่งนี้

เจดีย์พระธาตุโบอ่อง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพของชาวบ้านในหมู่บ้าน มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่าครั้งหนึ่ง เคยมีผู้หญิงเดินข้ามสะพานเพื่อขึ้นไปบนยอดเขาทำให้น้ำในบึงที่อยู่บริเวณโดยรอบนั้นเหือดแห้งหายไป จึงเกิดเป็นความเชื่อของชาวบ้าน ที่ต้องออกกฎว่าห้ามผู้หญิงเดินข้ามสะพานเพื่อเข้าสู่เขตพระธาตุโดยเด็ดขาด หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ก็ว่ากันว่า บุคคลผู้นั้นจะต้องมีอันเป็นไปต่างๆนานา (เป็นเรื่องของความเชื่อโปรดใช้วิจารญาณ) ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ของทุกปี จะมีประชาชนชาวบ้านที่เคารพศรัทธา เดินทางไปนมัสการเจดีย์พระธาตุโบอ่องแห่งนี้เป็นจำนวนมาก

ชาวเชื้อชาติมอญ กะเหรี่ยง พม่า ที่ให้ความเคารพสักการะพระธาตุโบอ่อง มีความเชื่อว่าเป็นบริเวณหวงห้ามของสถานที่แห่งนี้อันเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่สระน้ำที่ล้อมรอบพระเจดีย์ห้ามผู้หญิงเดินข้ามสะพานไปสักการะพระธาตุโบอ่องจะทำให้น้ำในบริเวณพระธาตุโบอ่องแห้งและเกิดสิ่งไม่ดีกับตนเองและหมู่บ้านและจะทำให้น้ำแห้ง เชื่อตามตำนานที่เล่าต่อกันมาว่า ในสมัยก่อนพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่พระธาตุโบอ่อง ยักษ์เห็นก็จะกินพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็บอกยักษ์ว่า ถ้าอยากกินก็ให้ไปหาที่นั่งสำหรับให้ท่านเทศน์ก่อน ยักษ์จึงไปนำก้อนหินก้อนใหญ่มาวางให้พระพุทธเจ้าเทศน์ ทำให้บริเวณรอบพระธาตุเกิดเป็นหนองน้ำจากรอยนั่งของยักษ์ เมื่อได้ฟังเทศน์ยักษ์ก็เขี้ยวหักจึงหนีไป ระหว่างที่พระพุทธเจ้าเทศน์เส้นพระเกศาพระพุทธเจ้าหนึ่งเส้นได้ร่วงลงไปในหนองน้ำจึงห้ามผู้หญิงเดินข้ามหนองน้ำ